เที่ยวชุมชนยุคใหม่ “Village to the World” กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้โต 20%
ททท. ผนึกภาคตลาดทุน กรมวัฒนธรรม และเอกชนชั้นนำ สานต่อโครงการ Village to the World #SustainableAgenda ดึงโมเดล “ท่องเที่ยวโดยชุมชน” ขึ้นแท่นกลไก ESG ที่วัดผลได้จริง กระตุ้นเศรษฐกิจ–สร้างแบรนด์องค์กร–ยกระดับชุมชน สร้างรายได้โตเฉลี่ย 20% ในเวลา 2 เดือน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และองค์กรเอกชนชั้นนำ ประกาศความสำเร็จของโครงการ “Village to the World #SustainableAgenda” ซีซันล่าสุด จุดประกายพลังให้ชุมชนไทยด้วยโมเดล “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” ที่ยกระดับจากกิจกรรม CSR ไปสู่การเป็น กลไก ESG Tourism ที่วัดผลได้จริง
โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาของชุมชนเข้ากับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ ก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม ทั้งในมิติการเติบโตของชุมชน การสร้างคุณค่าให้กับองค์กรเอกชน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนในภาพรวมจาก CSR สู่ระบบ ESG ที่ขับเคลื่อนจริง ผ่าน Co-Creation
และการทำงานจริงกับลูกค้าองค์กรรายใหญ่ ผ่านฝึกอบรมเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ การตลาด การสื่อสาร และการพัฒนาทักษะบริการ ควบคู่กับโอกาสในการทำงานจริงกับบริษัทจดทะเบียนฯ
“Village to the World #SustainableAgenda ภายใต้แนวคิด “ESG Partnership for Impact – พันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ด้วยการสร้างกลไกการทำงานรูปแบบใหม่ คือบทพิสูจน์ว่า ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ สามารถเป็นเวที ESG ที่มีชีวิต เชื่อมโยงตลาดทุน ธุรกิจ และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง
ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงสร้างรายได้และโอกาสให้กับชุมชน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและมาตรฐานใหม่ให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อสร้าง Moment แห่งความสุข ภายใต้แนวคิด ‘Change Unknown to Unforgettable’ ที่เปลี่ยนสิ่งไม่คุ้นเคยให้เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม
โดย ททท. มีแผนพัฒนา โครงสร้างเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนด้าน ESG Tourism พร้อมต่อยอดความร่วมมือธุรกิจ–ชุมชน สู่ระบบนิเวศความยั่งยืนระดับประเทศ พร้อมสานต่อเครือข่ายความร่วมมือให้ชุมชนไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนบนเวทีโลกต่อไป

เที่ยวชุมชนยุคใหม่ ปลุกศก.ฐานราก “Village to the World” สร้างรายได้โต 20%
โมเดลความร่วมมือที่ลงมือทำจริงใน 5 จังหวัด
โครงการฯ ได้ริเริ่มความร่วมมือระหว่าง “บริษัทจดทะเบียน” กับ “ชุมชนต้นแบบ” ใน 5 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยแต่ละคู่ความร่วมมือมีเป้าหมายเฉพาะที่แตกต่างกัน แต่สะท้อนการนำ ESG มาปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
- BAFS x บ้านมุงเหนือ จ.พิษณุโลกต่อยอดฐานการทำงานเดิมของไทยแอร์เอเชีย พัฒนาเกษตรปลอดภัย ระบบบริการชุมชน และมาตรฐานความปลอดภัย ก่อให้เกิดความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องและเสริมพลังกัน
- AWC (Melia Pattaya) x บ้านอำเภอ จ.ชลบุรีสร้างระบบจัดการขยะเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมความตระหนักด้าน Circular Economy ในชุมชนชายทะเล เพื่อพัฒนาสู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน
- AIS x บ้านแม่สูนน้อย จ.เชียงใหม่ยกระดับชุมชนสู่การเป็น Digital Community ผ่านการฝึกทักษะการสร้างคอนเทนต์ การตลาดออนไลน์ และการสื่อสารจุดขายด้วยภาษาสมัยใหม่ที่เข้าถึงตลาดกว้างขึ้น
- SCG (Yournique) x บ้านป่าแลวหลวง จ.น่านพัฒนาโมเดล เศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่กับกลยุทธ์การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
- Thai AirAsia x บ้านท่ามะโอ–ปงสนุก จ.ลำปางผสานการเปิดเผยข้อมูลทางวัฒนธรรมท้องถิ่นตามแนวทาง UNESCO Culture | 2030 Indicators เข้ากับกิจกรรม Employee Engagement เชิงลึก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชนอย่างยั่งยืน

เที่ยวชุมชนยุคใหม่ ปลุกศก.ฐานราก “Village to the World” สร้างรายได้โต 20%
ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% นักท่องเที่ยวเข้ากว่า 30,000 คน
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของโครงการในระยะเวลาเพียง 2 เดือน (ก.ค.–ส.ค. 2568) แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต้นแบบรวมกว่า 30,000 คน-ครั้ง และสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% พร้อมทั้งเกิดการพัฒนา สินค้าและบริการใหม่ ที่ตอบโจทย์ตลาด B2B และองค์กร ได้อย่างตรงจุด อาทิ การทำงานร่วมกับ OTA โปรแกรม CSR ทริปส่งเสริมแรงจูงใจ (Incentive Trip) และกิจกรรม Internal Branding ขององค์กร
ชุมชนได้เรียนรู้จริง องค์กรได้ ESG ที่ “มีชีวิต”
ด้าน นายปฏิวัติ ด่านแก้ว ที่ปรึกษาชุมชนบ้านมุงเหนือ จังหวัด พิษณุโลก กล่าวว่าโครงการนี้ช่วยให้ผู้นำและสมาชิกชุมชนได้เรียนรู้การทำงานกับองค์กรจริง ตั้งแต่การรับฟังโจทย์ลูกค้า การสื่อสารคุณค่าของชุมชนให้ตรงกับความต้องการ การพัฒนาโปรแกรมที่ตอบโจทย์องค์กร ไปจนถึงการวัดผลลัพธ์ตามมาตรฐานที่องค์กรใช้จริง ไม่ว่าจะเป็น SDGs, Materiality Mapping หรือ One Report ผ่านมาได้นำเสนอแต่สิ่งที่ชุมชนมี แต่โครงการนี้ทำให้ชุมชนรู้จักความต้องการของลูกค้าองค์กร รู้ว่าอะไรที่นักท่องเที่ยวต้องการ และควรพัฒนาอะไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

เที่ยวชุมชนยุคใหม่ ปลุกศก.ฐานราก “Village to the World” สร้างรายได้โต 20%
องค์กรบูรณาการผลลัพธ์ ESG ได้จริง สร้าง Brand Loyalty และพลังพนักงาน
ขณะที่ กัปตันภราดร ขำปรางค์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการการบิน บริษัท ไทยแอร์ เอเชีย จำกัด หรือ Thai AirAsia กล่าวว่า องค์กรที่เข้าร่วมก็สามารถ บูรณาการผลลัพธ์จากโครงการเข้าสู่รายงาน ESG ที่จับต้องได้จริง พร้อมทั้งสร้าง Brand Loyalty และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพนักงานอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่นสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่นำคณะพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนลำปาง ภายใต้โครงการ Journey D
โดยเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมองค์กร “4 ส.” ได้แก่ สนุก – สไตล์ – สัมพันธ์ – สร้างสรรค์ยั่งยืน ทำให้พนักงานได้สัมผัสประสบการณ์ความยั่งยืนที่ต่อยอดจากการทำงานในบริษัทสู่การเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ในฐานะนักบิน เราใส่ใจเรื่องคาร์บอนฟุตพรินต์อยู่แล้ว แต่กิจกรรมนี้ทำให้เราเห็นความยั่งยืนที่ จับต้องได้จริงผ่านมือของคนในชุมชนลำปาง และยังได้เรียนรู้เพื่อนำกลับไปพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมีความหมาย
Cross-Sector Collaboration เพื่อระบบนิเวศความยั่งยืนระดับประเทศ
หนึ่งในผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ที่น่าจับตาของโครงการนี้ คือการต่อยอดความร่วมมือ ข้ามองค์กรในห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน (Cross-Sector Collaboration) ตัวอย่างเช่น กรณี BAFS และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ทำงานต่อเนื่องในชุมชนบ้านมุงเหนือ โดยใช้ฐานการทำงานเดิมของ AirAsia ผสานกับองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ของ BAFS ก่อให้เกิดโมเดลความร่วมมือใหม่ระหว่างองค์กรต่างอุตสาหกรรมในบริบท ESG Tourism ที่ลงมือทำจริงและขยายผลได้จริง จาก “Unknown” สู่ “Unforgettable”

เที่ยวชุมชนยุคใหม่ ปลุกศก.ฐานราก “Village to the World” สร้างรายได้โต 20%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่