AWC โค้งแรกโตทุกกลุ่มธุรกิจ high quality demand ดัน ‘รายได้-กำไร’ นิวไฮ

AWC ติดลม ไตรมาสแรกธุรกิจเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ ตัวเลข “รายได้-กำไร” ทุบสถิติทำนิวไฮอีกรอบ เผย High-Quality Demand โตชัด โรงแรม “เชียงใหม่-กระบี่-สมุย-พัทยา” อู้ฟู่ เชียงใหม่รายได้ต่อห้องพักเติบโต 26% “บันยันทรี สมุย” อัพค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันสูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืน เร่งสปีดโครงใหม่ตามแผน ตั้งเป้าปี’73 มีโรงแรม 35 แห่ง 21 แบรนด์ 9,312 ห้อง มูลค่าทรัพย์สินรวม 3 แสนล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ผ่านการต่อยอดทรัพย์สินคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ดีมานด์คุณภาพสูงจากทั่วโลก

Q1/69 “รายได้-กำไร” พุ่งนิวไฮ

โดยมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% โดยทั้ง 3 รายการทำระดับสูงสุดใหม่ (New-High) จากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ

และยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ที่ 0.87 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

High-Quality Demand ดันรายได้

นางวัลลภากล่าวว่า ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลประกอบไตรมาส 1/2569 เติบโตอย่างชัดเจนคือ กลุ่มการเติบโตของ “High-Quality Demand” หรือดีมานด์คุณภาพสูง ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์หลักของธุรกิจในกลุ่มของ AWC ทั้งโรงแรมและคอมเมอร์เชียล (ค้าปลีก, สำนักงาน) โดยในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้รวม 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% (YoY)

เป็นการเติบโตจากพอร์ตโรงแรมในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการต่อยอดประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี RevPAR (Revenue Per Available Room) หรือรายได้ต่อห้องพักเติบโตถึง 26% (YoY)

เช่นเดียวกับกลุ่มรีสอร์ตลักเซอรี่ในจังหวัดกระบี่และเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) ที่ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยโรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย สร้าง ADR (Average Daily Rate) หรืออัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันสูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืนในเดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-Store RevPAR) เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 5,230 บาทต่อคืน

ขณะเดียวกัน โรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินการในปี 2568 ก็ได้รับการตอบรับดีเช่นกัน ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โรงแรม จูบิลี เพรสทีจ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา โดยพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ทำอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 74% และโรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย ทำอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 83% ในไตรมาส 1/2569 พร้อม RevPAR ที่เติบโตทุกไตรมาสนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ

ต่อยอดธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ส่งผลให้พอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้รวม 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% โดย “เอ-ญ่า” (EA) รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ สร้างรายได้สูงสุดกว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารและไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ

Q1/69 “รายได้-กำไร” พุ่งนิวไฮ, High-Quality Demand ดันรายได้, ต่อยอดธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม, เร่ง “เอเชียทีค-เวิ้งฯ-เชียงใหม่”, ปี’73 สินทรัพย์ 3 แสนล้าน

ภาพประกอบข่าว

Q1/69 “รายได้-กำไร” พุ่งนิวไฮ, High-Quality Demand ดันรายได้, ต่อยอดธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม, เร่ง “เอเชียทีค-เวิ้งฯ-เชียงใหม่”, ปี’73 สินทรัพย์ 3 แสนล้าน

ภาพประกอบข่าว

Q1/69 “รายได้-กำไร” พุ่งนิวไฮ, High-Quality Demand ดันรายได้, ต่อยอดธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม, เร่ง “เอเชียทีค-เวิ้งฯ-เชียงใหม่”, ปี’73 สินทรัพย์ 3 แสนล้าน

ภาพประกอบข่าว

Q1/69 “รายได้-กำไร” พุ่งนิวไฮ, High-Quality Demand ดันรายได้, ต่อยอดธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม, เร่ง “เอเชียทีค-เวิ้งฯ-เชียงใหม่”, ปี’73 สินทรัพย์ 3 แสนล้าน

ภาพประกอบข่าว

Q1/69 “รายได้-กำไร” พุ่งนิวไฮ, High-Quality Demand ดันรายได้, ต่อยอดธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม, เร่ง “เอเชียทีค-เวิ้งฯ-เชียงใหม่”, ปี’73 สินทรัพย์ 3 แสนล้าน

ภาพประกอบข่าว

ส่วนกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% โดยหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือโครงการ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” ซึ่งยังคงขยายตัวจากการพัฒนาโมเดลประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว โดยมีรายได้ค่าเช่าเติบโต 15% และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) เติบโต 21% จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น 4% สู่ระดับ 81%

เช่นเดียวกับกลุ่มศูนย์การค้าโดยรวม BU EBITDA เติบโต 35% และอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 4% จาก 73% เป็น 77% พร้อมทราฟฟิกผู้ใช้บริการที่เติบโต 6% ขณะที่กลุ่มอาคารสำนักงานยังคงรักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสด โดยมี BU EBITDA เติบโต 2% จากการพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด Lifestyle Workplace นำโดยโครงการดิ เอ็มไพร์ ที่ยังคงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญ รวมถึงการรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงานใหม่ จูบิลี เพรสทีจ ทาวเวอร์ บนทำเลศักยภาพย่านรัชดาฯ

เร่ง “เอเชียทีค-เวิ้งฯ-เชียงใหม่”

สำหรับแผนลงทุนหลัก ๆ ปี 2569 ประกอบไปด้วย 1.โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มูลค่าลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ 2.โครงการเอเชียทีค เฟส 2.2 โซน “เอเชียทีค สกาย” โดยมีแผนขยายร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เพิ่มเติม โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการติดตั้ง Blue Ocean Dome ที่ AWC ซื้อมาจาก Osaka World Expo 2025 พื้นที่รวม 1,600 ตารางเมตร เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว (Attraction) ใหม่ คาดว่าจะเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปีนี้

และ 3.โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช มิกซ์ยูสขนาดใหญ่มูลค่าลงทุนรวม 16,000 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2568 (โครงการ 5 ปี) คาดแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2572

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาเพิ่มเติมที่ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง เฟส 2 ที่เพิ่มพื้นที่ส่วนไลฟ์สไตล์ และโครงการลานนาทีค (Lannatique) กาแล เฟส 1 จ.เชียงใหม่ โซนไลฟ์สไตล์ ด้านศิลปวัฒนธรรม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) “ลานนาทีค” โดยจะทยอยเปิด เพื่อรอดีมานด์นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ปี’73 สินทรัพย์ 3 แสนล้าน

สำหรับโรงแรมที่อยู่ในแผนและกำลังก่อสร้าง เช่น โรงแรม The Ritz Carlton Bangkok The Riverside (โครงการ ล้ง 1919) โรงแรม The Plaza Athenee Nobu Hotel and Spa Bangkok (ริมแม่น้ำเจ้าพระยา) จะเปิดตัวพร้อม Cruise Pool Villa ในปี 2570 โรงแรม Hotel Plaza Athenee Nobu New York โครงการเวิ้งนครเกษม โรงแรม Kimpton และโรงแรมโอกุระ รีสอร์ท เชียงใหม่

“ตามแผนลงทุน 5 ปีหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ AWC วางงบฯลงทุนรวมไว้ที่ 100,000 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 10,000-20,000 ล้านบาท” นางวัลลภากล่าว และว่า นอกจากนี้ ยังมี Growth Fund เพื่อบริหารจัดการโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนามูลค่าลงทุน 50,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ เวิ้งนครเกษม ลานนาทีค (เชียงใหม่) โรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก และ 4.โรงแรมโอกุระ ทองหล่อ

นางวัลลภากล่าวด้วยว่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 AWC มีสินทรัพย์รวม 221,357 ล้านบาท มีจำนวนห้องพักโรงแรม 6,834 ห้อง ตั้งเป้าสิ้นปีปี 2569 มีโรงแรมรวม 25 แห่ง จำนวน 17 แบรนด์ รวม 7,253 ห้อง ซึ่งตามแผนการลงทุนโรงแรมและพื้นที่คอมเมอร์เชียลคาดว่าในปี 2573 จะมีโรงแรมรวม 35 แห่ง 21 แบรนด์ รวม 9,312 ห้อง และมีมูลค่าทรัพย์สินรวมที่ 300,000 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่