ผู้ผลิตซีรีส์ไทย ชี้ช่องทางรอด ทลายกรอบเรตติ้งทีวี ดัน Soft Power สู่เวทีโลก พร้อมรับมือยุค AI
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ ห้อง JM 402 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีการจัดโครงการเสวนา “ปั้นซีรีส์ให้ปัง ด้วย Human x AI” โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเปิดมุมมองเกี่ยวกับการผลิตซีรีส์ในบริบทอุตสาหกรรมสื่อ และเรียนรู้บทบาทผู้ผลิต (Producer) ตั้งแต่การพัฒนาไอเดียจนถึงการจัดการโปรเจกต์
ทั้งนี้ในช่วงเวลา 10.00 น. ได้เริ่มการเสวนา ในหัวข้อ ภูมิทัศน์อุตสาหกรรมซีรีส์และบทบาทผู้ผลิตในยุคดิจิทัล โดยมีวิทยากร ได้แก่ นางศศิกร ฉันท์เศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์และซีรีส์ อดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนที่ 5 และนายนพณัช ชัยวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่าย Content Production บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด (GMMTV) โดยมี อ.ดร.เกียรติญา สายสนั่น หรือ เอ๊ะ อิศริยา อาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
ในช่วงหนึ่ง นางศศิกร กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ชมในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แม้เนื้อหาหลักของซีรีส์จะยังคงวนเวียนอยู่กับความรักหรือเรื่องระทึกขวัญ แต่สิ่งที่ผู้ผลิตต้องปรับตัวคือความรวดเร็วในการนำเสนอ เนื่องจากผู้ชมยุคนี้ไม่มีความอดทนกับเนื้อหาที่ยืดยาวอีกต่อไป การสร้างจุดสนใจหรือ ฮุก (Hook) จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญ นอกจากนี้ โมเดลธุรกิจของวงการบันเทิงก็ได้พลิกโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการมาถึงของซีรีส์วาย (BL) ที่สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ รายได้หลักไม่ได้มาจากค่าโฆษณาทางโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบแฟนด้อม การขายลิขสิทธิ์ให้แพลตฟอร์มสตรีมมิง (OTT) และการต่อยอดในต่างประเทศ
นางศศิกร ยังได้เน้นย้ำถึงกระแสการเติบโตของ ละครแนวตั้ง (Micro Drama) ที่กำลังมาแรงทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่เพียงงานศิลปะ แต่เป็น Tech Entertainment ที่ใช้ Data Analytic มาคำนวณอย่างแม่นยำว่าควรสร้างจุดพีคในนาทีใดเพื่อให้ผู้ชมยอมจ่ายเงินซื้อตอนต่อไป ในส่วนของการส่งออกคอนเทนต์ไทยไปสู่เวทีโลก ความสำเร็จของซีรีส์อย่าง “สืบสันดาน” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การนำเสนอความขัดแย้งในครอบครัวหรือเรื่องชนชั้นในสังคมไทย เมื่อผสานเข้ากับโปรดักชันที่ได้มาตรฐานสากล สามารถดึงดูดสายตาชาวต่างชาติและกลายเป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งได้ ท้ายที่สุด ในประเด็นของเทคโนโลยี AI นางศศิกรมองว่า AI จะเข้ามาช่วยลดต้นทุนและทุ่นเวลาได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในการผลิตละครแนวตั้ง บุคลากรในวงการจึงต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็นผู้ช่วย แทนที่จะต่อต้านการมาถึงของเทคโนโลยีนี้
ด้าน นายธัญญ์วาริน ได้ให้มุมมองในฐานะผู้ผลิตและผู้กำกับว่า ยุคสมัยนี้ผู้ชมมีความละเอียดอ่อนและมีเหตุผลมากขึ้น รูปแบบละครตบจูบที่ตัวละครถูกละเมิดความยินยอม หรือถูกขืนใจแล้วกลับมารักกันในตอนท้าย ถือเป็นสิ่งที่ล้าหลังและไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ นายธัญญ์วาริน ยังได้เผยถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของคนเบื้องหลัง โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพชีวิตและระยะเวลาการทำงานที่ลากยาวถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งบั่นทอนสุขภาพของทีมงาน จึงมีความพยายามที่จะรณรงค์ให้ลดชั่วโมงการทำงานลงเพื่อให้คนทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ในแง่ของการสร้าง Soft Power นายธัญญ์วารินมองว่า ไม่ใช่การยัดเยียดวัฒนธรรมไทยลงไปอย่างโจ่งแจ้ง แต่คือการสอดแทรกวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรมการกิน หรือแม้แต่ความเชื่อเรื่องสายมูเตลู ลงไปในเนื้อเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่ชาวต่างชาติหลงใหล สำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมซีรีส์ โดยเฉพาะในฐานะผู้จัดอิสระนั้น มีความเสี่ยงสูงมาก มีทั้งเรื่องที่ประสบความสำเร็จและขาดทุน การจะอยู่รอดได้ต้องอาศัยการขายลิขสิทธิ์และการจัดอีเวนต์เป็นหลัก นอกจากนี้ ในฐานะผู้กำกับ นายธัญญ์วารินยังเปิดเผยถึงความตื่นตัวในการนำ AI มาสร้างภาพยนตร์ทั้งเรื่อง โดยใช้เทคโนโลยี Motion Capture จากคนจริง เพื่อแก้ปัญหาความไม่เสถียรของใบหน้าตัวละคร ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวงการ
ภาพประกอบข่าว
ขณะที่ นายนพณัช ระบุว่า ในยุคปัจจุบัน เรตติ้งทางโทรทัศน์ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จหรือตัวดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาอีกต่อไป ผู้ผลิตต้องหันมาให้ความสำคัญกับกระแสในโลกออนไลน์และการมีส่วนร่วมของผู้ชมแทน สำหรับทิศทางของซีรีส์วาย นายนพณัชมองว่า ตลาดยังสามารถเติบโตไปได้อีกไกลและยังไม่อิ่มตัว อีกทั้งการมาของซีรีส์ยูริ ก็ไม่ได้แย่งฐานผู้ชมกัน เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แยกขาดจากกันอย่างชัดเจน
นายนพณัช ยังได้เปิดเผยถึงโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปว่า การลงทุนผลิตซีรีส์ในปัจจุบัน หากพึ่งพาแค่รายได้จากการฉายเพียงอย่างเดียวมักจะขาดทุน แต่ซีรีส์คือสารตั้งต้นที่สำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับศิลปิน เพื่อนำไปสู่รายได้หลักที่แท้จริงอย่าง การบริหารจัดการศิลปิน การเป็นพรีเซนเตอร์ การขายสินค้าออฟฟิเชียล และการจัดแฟนมีตติ้ง ซึ่งสร้างรายได้ระยะยาวและมหาศาลกว่ามาก นอกจากนี้ จุดแข็งที่เป็นเสมือน Soft Power ของซีรีส์วัยรุ่นไทย คือ เคมี ความเป็นธรรมชาติ และความขี้เล่นของนักแสดงไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกตกหลุมรัก
ในส่วนประเด็นของ AI นายนพณัชทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำและช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเพียงใด แต่สุดท้ายแล้ว สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ และการตัดสินใจในงานศิลปะ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจของความสำเร็จของซีรีส์ทุกเรื่องก็ยังคงอยู่ที่ บท หรือ สตอรี่ ที่แข็งแรงและการมีความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ผลิตนั่นเอง
ภาพประกอบข่าว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่