เกษตรกรวอนภาครัฐปราบบุหรี่เถื่อนเป็นวาระแห่งชาติ

นายกิตติทัศน์ ผาทอง เลขาฯภาคีชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบทั้ง 3 สายพันธุ์ยังประสบปัญหาอย่างหนัก หลังถูกลดโควตาการปลูก 2 ครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2560 และ 2564 ยกตัวอย่างเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบสายพันธุ์เวอร์จิเนียใน จ.เชียงรายและพะเยา ถูกลดโควตาไปถึง 58 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รายได้เกษตรกรลดลงไปกว่าครึ่ง เงินหมุนเวียนก็หดหาย  กระทบถึงคนที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ เพราะการปลูกยาสูบเป็นการทำเกษตรแบบประณีต ทุกขั้นตอนต้องอาศัยแรงงานคน ตั้งแต่การปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว การบ่ม  การคัดแยกเกรด เมื่อต้องปลูกน้อยลงก็ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

เกษตรกรวอนภาครัฐปราบบุหรี่เถื่อนเป็นวาระแห่งชาติ

“อย่างไรก็ตาม ถือว่าโชคยังดีที่ประเทศส่งออกยาสูบที่สำคัญประสบปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ ทำให้ความต้องการใบยาสูบทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น เปิดโอกาสให้เกษตรกรมีช่องทางการส่งออก ภาพรวมของชาวไร่ จ.เชียงรายและพะเยา ปลูกยาสูบส่งโรงงานประมาณ 1.3 ล้าน กก. จะส่งออก 6 แสน กก. ที่เหลือจะส่งตลาดยาเส้นและอื่น ๆ อีก 2 แสน กก. ตลาดหลักที่เรามีความเชื่อมั่นที่สุดก็ยังเป็นโควตาในการปลูกและขายให้โรงงานยาสูบ จึงอยากให้มีการปรับโควตาการปลูกขึ้นสัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรก็พอจะอยู่ได้ หลังจากที่ถูกลดไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เรื่องเร่งด่วนที่เกษตรกรไร่ยาสูบมองว่าหากทำได้จะช่วยให้มีโอกาสที่ชาวไร่จะได้โควตาคืนมา คือการให้ภาครัฐยกเรื่องการปราบบุหรี่เถื่อนเป็นวาระแห่งชาติ

 ยอดขายบุหรี่ขององค์การยาสูบลดลงทุกปี จากเคยมีส่วนแบ่งในตลาด 80% ก็เหลือเพียง 50% ในตลาดรวมที่มีขนาดเล็กลง ยอดขายเป็นจำนวนมวนก็ลดลง จาก  24,000 ล้านมวน เหลือเพียงครึ่งเดียว สวนทางบุหรี่เถื่อนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ชิงส่วนแบ่งตลาดขึ้นไปถึง 25% จากเคยมีเพียง 2-3% ก่อนปี’60 ข้อได้เปรียบคือราคาที่ถูกกว่าขั้นต่ำ ๆ ก็ซองละ 50 บาท แต่ไม่สามารถบอกที่มาที่ไป และอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้สูบมากกว่าทั่วไปได้ บุหรี่เถื่อนทำให้ตัวเลขผลกำไรของโรงงานยาสูบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนปี 60 โรงงานยาสูบมีกำไรถึง 9 พันล้าน แต่หลังปี 60 กำไรลดลงเหลือเพียงหลักร้อยล้านนิด ๆ เท่านั้น

นายนนทกร พรมโมคัก ชาวไร่เวอร์จิเนีย จ.เชียงราย  บอกว่า  หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ไม่ถึง 10 ปีก็คงเลิกปลูกกันหมด พร้อมสะท้อนปัญหาสำคัญในมุมเกษตรกรว่า #แรงงาน กำลังเป็นปัญหาใหญ่  ตอนนี้ไม่มีคนหนุ่มสาวเข้ามา แรงงานหายากส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งการปลูกยาสูบมีขั้นตอนเยอะ และใช้แรงงานคนทุกขั้นตอน ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการพัฒนา เครื่องปลูก รถเก็บเกี่ยว นวัตกรรมคัดใบยา รวมถึงเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง การขาดนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังทำให้การทำไร่ยาสูบในไทยมีต้นสูงหากเทียบกับในต่างประเทศ ซึ่งหากสถานการณ์ผลิตในประเทศผู้ส่งออกสำคัญกับมาเป็นปกติ ตลาดส่งออกยาสูบไทยอาจหดตัว ขณะที่ตลาดในประเทศก็ลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว สิ่งเหล่านี้รัฐบาลอาจต้องทบทวนถึงนโยบายช่วยเหลือต่าง ๆ หากยังต้องการให้อาชีพการทำไร่ยาสูบยังคงมีสืบไป..